Building Automation System

แนวทางประหยัดพลังงานด้วย BAS

ลดค่า Peak Demand Charge และค่า kWh Charge ด้วยการควบคุมอาคารแบบอัตโนมัติ เชื่อมข้อมูลจริงจากระบบปรับอากาศ สุขาภิบาล และไฟฟ้าแสงสว่าง

Peak ควบคุมโหลดสูงสุดไม่ให้เกิดพร้อมกัน
kWh ลดชั่วโมงทำงานและโหลดที่ไม่จำเป็น
BAS วัดผล สั่งงาน แจ้งเตือน และปรับแต่งต่อเนื่อง

หลักการลดค่าไฟฟ้าด้วย BAS

BAS ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการรับข้อมูลจากอุปกรณ์ภาคสนาม วิเคราะห์พฤติกรรมการใช้พลังงาน และสั่งควบคุมอุปกรณ์ให้ทำงานเท่าที่จำเป็น โดยไม่กระทบความสบายและการใช้งานของอาคาร

ลด Peak Demand Charge

ค่า Demand เกิดจากกำลังไฟฟ้าสูงสุดในช่วงเวลาหนึ่ง BAS ช่วยลดจุดพีคด้วยการทำ Demand Limiting, Load Shedding, Stagger Start และควบคุมลำดับการเดินเครื่อง เพื่อไม่ให้ Chiller, Pump, Fan และ Lighting เปิดพร้อมกันเกินความจำเป็น

ลด kWh Charge

ค่า kWh เกิดจากพลังงานสะสม BAS ช่วยลดโดยปรับ Setpoint, Schedule, Sensor Feedback, Occupancy Control และ Trend Monitoring ทำให้อุปกรณ์หยุดเมื่อไม่มีโหลด และทำงานที่ประสิทธิภาพสูงสุดในแต่ละช่วงเวลา

Scheduling ตั้งเวลาทำงานตามพื้นที่ใช้งานจริง ลดการเดินเครื่องนอกเวลา
Demand Control จำกัดโหลดรวมเมื่อแนวโน้มกำลังไฟใกล้เกินค่าที่กำหนด
Optimization ปรับ Setpoint และลำดับเครื่องจักรตามโหลดจริงของอาคาร
Monitoring ดู Trend, Alarm และ Energy Report เพื่อปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
Main Electrical Distribution

ระบบไฟฟ้าจ่ายหลัก: MDB, Main Incoming และ Feeder Monitoring

ระบบไฟฟ้าจ่ายหลักเป็นศูนย์กลางข้อมูลพลังงานของอาคาร BAS ใช้อ่านค่าไฟฟ้าจาก Main Power Meter และ Sub Meter เพื่อคาดการณ์ Demand, แจ้งเตือนโหลดผิดปกติ และสั่ง Demand Control ไปยังโหลดปลายทางที่ลดได้ โดยไม่ตัดโหลดสำคัญด้านความปลอดภัย

1
Main Power Monitoring อ่านค่า Main kW, kWh, Demand kW, Voltage, Current, Frequency และ Power Factor จาก MDB หรือ Main Incoming แบบ Real-Time
2
Demand Forecast คำนวณแนวโน้ม Demand ราย 15 หรือ 30 นาที ก่อนเกิด Peak เพื่อแจ้งเตือนและเริ่มลดโหลดตาม Stage ที่กำหนด
3
Energy Baseline ใช้ Trend รายชั่วโมง รายวัน และรายเดือนเพื่อหาโหลดเปิดค้าง โหลดกลางคืนสูงผิดปกติ หรือ Feeder ที่ใช้พลังงานเกิน Baseline

วิธีใช้ BAS สำหรับระบบไฟฟ้าจ่ายหลัก

1. Main Power Meter + Demand Limit

ภาพห้อง MDB และระบบไฟฟ้าจ่ายหลักที่เชื่อมต่อ BAS
ลด kW Peak
BAS อ่านค่า Demand kW จาก Main Power Meter และเทียบกับค่า Limit เช่น 80%, 90%, 95% เมื่อใกล้เกินค่าที่กำหนดให้แจ้งเตือนและส่งคำสั่งลดโหลดไปยังระบบปลายทาง เช่น Chiller, Pump, Fan, Lighting หรือ Lift
ลด kWh
เก็บข้อมูล kWh รวมของอาคารเพื่อทำ Baseline และเปรียบเทียบการใช้พลังงานก่อน-หลังมาตรการประหยัดพลังงาน

2. Demand Forecast และ Load Shedding

หลักการ
BAS คำนวณ Demand Forecast ก่อนสิ้นรอบ 15/30 นาที หากแนวโน้มสูงเกินเป้าหมาย ให้เริ่ม Load Shedding ตามลำดับความสำคัญ ไม่รอให้ Peak เกิดขึ้นแล้วค่อยแก้
ตัวอย่าง Stage
Stage 1 แจ้งเตือน, Stage 2 ลดไฟหรือ Fan บางโซน, Stage 3 Reset Setpoint ระบบปรับอากาศ, Stage 4 หน่วง Start โหลดใหญ่ที่ไม่เร่งด่วน

3. Load Shedding Priority

Priority Feeder / Load วิธีควบคุม
1 Lighting non-critical ปิดหรือหรี่บางโซน
2 Ventilation / Fan ลดรอบ VSD
3 Pump หน่วง Start หรือลดรอบ
4 Chiller Plant Setpoint Reset / Current Limit
Critical Fire, UPS, Security Monitor เท่านั้น ห้ามตัด

4. ลด kWh ด้วย Energy Monitoring

Trend ที่ควรทำ
kW ราย 15 นาที, kWh รายชั่วโมง/รายวัน/รายเดือน, Night Load, Weekend Load, Feeder Load Profile และ Transformer Load Profile
Alarm ที่ควรมี
โหลดกลางคืนสูงกว่าค่า Baseline, Feeder บางชุดมี kWh สูงผิดปกติ, Current Imbalance สูง, Transformer Load สูงต่อเนื่อง และมีโหลดเปิดค้างนอกเวลา

5. Power Factor / Capacitor Bank

Monitor อะไร
Power Factor รวมอาคาร, kVAR, Capacitor Step Status, Capacitor Alarm, Voltage และ Harmonic หาก Meter รองรับ
ผลลัพธ์
ลดค่าปรับ Power Factor, ลดกระแสในระบบไฟฟ้าจ่ายหลัก และลดความร้อนหรือ Loss ในสายไฟและหม้อแปลงบางส่วน

6. Transformer / Main Feeder Monitoring

ข้อมูลที่ควรเฝ้าระวัง
Transformer Load %, Transformer Temperature, Main Feeder Current, Current Imbalance, Voltage Sag/Swell และ Harmonic THD หากมี Power Quality Meter
ประโยชน์
ลดความเสี่ยง Overload, วางแผนย้ายโหลดหรือกระจายโหลด, ลด Loss จากโหลดไม่สมดุล และป้องกันอุปกรณ์ไฟฟ้าหลักเสียหาย

7. Dashboard ที่ควรมี

  • Main kW, Main kWh และ Peak Demand วันนี้/เดือนนี้
  • Demand Forecast และ Demand Limit Status
  • Power Factor, kVAR, Voltage, Current และ Frequency
  • Transformer Load %, Feeder Load Ranking และ Night Load
  • Load Shedding Stage และ Alarm โหลดผิดปกติ

8. ผลประหยัดโดยประมาณ

มาตรการ ผลลัพธ์
Main Power Meter + Demand Forecast ลด Peak 5-15%
Demand Limiting / Load Shedding ลด Peak 10-20%
Night Load Alarm ลด kWh 3-10%
Power Factor Monitoring ลดค่าปรับ PF
ข้อควรระวัง BAS ไม่ควรสั่ง Trip Breaker หลักหรือโหลดสำคัญเพื่อประหยัดพลังงาน ต้องกำหนด Priority และ Interlock ให้ชัดเจน โดย Fire Pump, Fire Alarm, Emergency Lighting, UPS, Security และ Data Center ควร Monitor เท่านั้น
Air Conditioning System

ระบบปรับอากาศ: Chiller Plant, AHU และพัดลม

ระบบปรับอากาศมักเป็นโหลดไฟฟ้าหลักของอาคาร BAS จึงควรควบคุมทั้งฝั่งผลิตน้ำเย็น ฝั่งส่งลม และพัดลมระบายอากาศให้สัมพันธ์กับโหลดจริง

1
Chiller Plant Optimization จัดลำดับ Chiller, Pump และ Cooling Tower ตามโหลดจริง ใช้ CHW Supply/Return Temperature, Flow และ kW/Ton เพื่อเลือกเครื่องที่มีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมทำ Stagger Start เพื่อลด Peak ตอนเริ่มเดินเครื่อง
2
AHU Control ควบคุม Valve, Supply Air Temperature และ Static Pressure ตามความต้องการของโซน ลดการเป่าลมเกินและลดการทำงานของ Chiller จากโหลดความเย็นที่ไม่จำเป็น
3
Fan VSD และ Demand Ventilation ใช้ VSD ปรับรอบพัดลมตาม CO2, Occupancy และ Differential Pressure เพราะพัดลมลดรอบเพียงเล็กน้อยสามารถลดพลังงานได้มาก และยังช่วยลด Demand ช่วงใช้งานสูงสุด

แนวทางประหยัดพลังงาน Chiller Plant ด้วย BAS + VSD

1. ลดค่าไฟฟ้า Peak Demand (kW)

Power Monitoring แบบ Real-Time
ติดตั้ง Power Meter ที่ Chiller Plant และให้ BAS ตรวจสอบค่า kW ของ Chiller, Pump และ Cooling Tower แบบ Real-Time เพื่อเทียบกับค่า Peak Demand ที่กำหนดไว้
Demand Control อัตโนมัติ
เมื่อค่าไฟใกล้ถึง Peak ที่กำหนด BAS สามารถเพิ่ม Chilled Water Supply Temperature Setpoint จาก 7°C เป็น 8°C หรือ 9°C, จำกัด % Load หรือ Current Limit ของ Chiller, ชะลอการ Start Chiller เครื่องถัดไป และลดรอบ Pump/Fan ผ่าน VSD
ผลลัพธ์
ลดค่า Demand Charge และช่วยป้องกันค่าไฟ Peak เกินสัญญา โดยยังรักษาการทำงานของระบบปรับอากาศให้อยู่ในช่วงที่ยอมรับได้

2A. Chiller Optimization

ภาพ Chiller สำหรับระบบ Chiller Plant ที่ควบคุมด้วย BAS
Chilled Water Temperature Reset
BAS ปรับอุณหภูมิน้ำเย็นตามโหลดอาคาร โหลดสูงใช้น้ำเย็นประมาณ 7°C โหลดปานกลางปรับเป็น 8°C และโหลดต่ำปรับเป็น 9-10°C ทำให้ Compressor ทำงานเบาลง
Load อาคาร CHW Supply Temp
สูง 7°C
ปานกลาง 8°C
ต่ำ 9-10°C
Chiller Sequencing
BAS ควบคุมจำนวน Chiller ให้เหมาะกับโหลด โหลดต่ำเดิน 1 เครื่อง โหลดสูงจึง Start เครื่องถัดไป และเมื่อโหลดลดลงให้ Stop เครื่องที่ไม่จำเป็น เพื่อให้ Chiller ทำงานในช่วงประสิทธิภาพสูงสุด

2B. Chilled Water Pump + VSD

ภาพ Chilled Water Pump พร้อม VSD และ Sensor สำหรับ DP Reset
DP Reset จาก AHU Valve
BAS ควบคุม Chilled Water Pump จาก Differential Pressure (DP) และตำแหน่งวาล์ว AHU เมื่อวาล์ว AHU เปิดน้อยให้ลด DP Setpoint และลดรอบ Pump เมื่อวาล์วเปิดมากจึงเพิ่ม DP Setpoint และเพิ่มรอบ Pump
ผลลัพธ์
เป็นมาตรการที่ลดพลังงานปั๊มได้มากที่สุด โดยมักช่วยประหยัดไฟปั๊มน้ำเย็นได้ประมาณ 30-60% ขึ้นกับระบบเดิมและช่วงการทำงานของ VSD

2C. Condenser Water Pump + VSD

ภาพ Condenser Water Pump พร้อม VSD สำหรับ Chiller Plant
ควบคุมจากโหลดฝั่ง Condenser
BAS ใช้ Condenser Water Flow, Condenser Water Delta T และ Chiller Load เพื่อปรับรอบ Condenser Water Pump โดยโหลดต่ำให้ลด Flow และลดรอบ Pump
ข้อควรระวัง
ต้องรักษา Minimum Flow ของ Chiller ตามข้อกำหนดผู้ผลิต เพื่อป้องกัน Chiller Trip หรือ Heat Transfer ผิดปกติ
ผลลัพธ์
ลดพลังงานปั๊มน้ำคอนเดนเซอร์ได้ประมาณ 10-30% เมื่อออกแบบ Control Logic และ Minimum Flow ถูกต้อง

2D. Cooling Tower + VSD

ภาพ Cooling Tower พร้อม Fan VSD และ Sensor อุณหภูมิ
ควบคุมจากอุณหภูมิและ Wet Bulb
BAS ควบคุม Cooling Tower Fan จาก Condenser Water Temperature และ Outdoor Wet Bulb Temperature เมื่ออากาศเย็นหรือโหลดต่ำให้ลดรอบ Fan
ผลลัพธ์
ลดไฟพัดลม Cooling Tower และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ Chiller เพราะควบคุมอุณหภูมิน้ำคอนเดนเซอร์ให้อยู่ในจุดที่เหมาะสม ไม่ต่ำหรือสูงเกินไป

3. Sensor และ Meter ที่ควรต่อเข้า BAS

Power Monitoring
Main Power Meter, Chiller Power Meter, Pump Power Meter และ Cooling Tower Power Meter
Temperature
CHW Supply/Return Temperature และ Condenser Water Supply/Return Temperature
Flow / Pressure
Chilled Water Flow Meter, Condenser Water Flow Meter และ Differential Pressure Sensor
Equipment Feedback
AHU Valve Position, VSD Speed Feedback, Chiller % Load และ Chiller Alarm Status
Outdoor Condition
Outdoor Temperature, Outdoor Relative Humidity และ Wet Bulb Temperature

4. KPI ที่ควรแสดงบน BAS

  • Plant kW, Plant kWh และ Peak Demand
  • Chiller kW, kW/RT หรือ kW/Ton และ COP
  • CHW Supply / Return Temperature และ CHW Delta T
  • Condenser Water Delta T
  • Pump Speed (%) และ Cooling Tower Fan Speed (%)
  • Alarm เมื่อ kW/RT สูงผิดปกติ

ผลลัพธ์ที่คาดหวัง

มาตรการ ผลประหยัดโดยประมาณ
CHW Pump + VSD + DP Reset 15-30%
Cooling Tower Fan + VSD 5-15%
CHW Temperature Reset 5-15%
Chiller Sequencing 5-10%
Demand Control ลด Peak Demand 10-20%
ผลรวมทั้งระบบ ลดพลังงาน Chiller Plant ได้ประมาณ 15-35%, ลดค่าไฟฟ้า Peak Demand ได้ประมาณ 10-20% และเพิ่มประสิทธิภาพระบบโดยรวมโดยไม่ต้องเปลี่ยน Chiller ใหม่

ลำดับการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด

  1. Chilled Water Pump + VSD + DP Reset
  2. Cooling Tower Fan + VSD
  3. Power Meter + Demand Control
  4. Chiller Optimization (Temperature Reset + Sequencing)
  5. Condenser Water Pump + VSD
การใช้งานที่เหมาะสม แนวทางนี้เป็นมาตรฐานที่นิยมใช้ในอาคารสำนักงาน โรงแรม โรงพยาบาล และโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เพื่อให้ Chiller Plant ใช้พลังงานต่ำที่สุดตลอดเวลา

รายละเอียดการประหยัดพลังงานของ AHU

ภาพรวมพลังงานของ AHU

ภาพ Air Handling Unit พร้อม Sensor, VSD, Damper และ BAS dashboard
พลังงานหลัก 2 ส่วน
AHU ใช้พลังงานหลักจากพัดลม (Fan Motor) ประมาณ 70-90% ของพลังงาน AHU และภาระความเย็นที่ Cooling Coil ส่งต่อไปยัง Chiller Plant
ผลต่อระบบรวม
การประหยัด AHU จึงช่วยลดทั้งค่าไฟของ AHU เองและค่าไฟของ Chiller เพราะลด Airflow เกินจำเป็น ลด Fresh Air เกินจริง และลดภาระ Cooling Coil
แนวทางควบคุมด้วย BAS
BAS ควรควบคุม Fan VSD, Cooling Valve, Fresh Air Damper, Sensor และ Schedule ร่วมกัน เพื่อให้ AHU ทำงานตามโหลดจริงของพื้นที่ ไม่ใช่เปิดเต็มรอบตลอดเวลา

1. ติดตั้ง VSD ที่ Supply Fan

วิธีควบคุม
BAS ควบคุมความเร็วพัดลมจาก Static Pressure Sensor ในท่อลม, CO2 Sensor และ Occupancy Sensor เพื่อปรับ Airflow ตามความต้องการจริง
หลักการ
เมื่อโหลดต่ำ BAS ลด Airflow จากนั้นลดรอบ Fan และลดกำลังไฟฟ้าของมอเตอร์พัดลมโดยตรง
ผลลัพธ์
ลดไฟพัดลมได้ประมาณ 20-50% และช่วยลด Peak จากการ Start พัดลมขนาดใหญ่ด้วย Soft Start หรือ Ramp Control ของ VSD

2. Static Pressure Reset

หลักการ
ไม่ควรตั้ง Static Pressure คงที่ตลอดเวลา เพราะในช่วงโหลดต่ำหรือพื้นที่ใช้งานน้อย ระบบไม่จำเป็นต้องรักษาแรงดันสูงเท่าเดิม
ตัวอย่าง
ค่าปกติ 500 Pa เมื่อโหลดลมลดลง BAS ลด Setpoint เหลือ 400 Pa แล้วลดรอบ Fan ตามแรงดันใหม่
ผลลัพธ์
ลดพลังงานพัดลมได้มาก เพราะลดรอบพัดลมแทนการดันลมเต็มแรงแล้วไปหรี่ Damper ที่ปลายทาง

3. Supply Air Temperature Reset

หลักการ
ไม่จำเป็นต้องจ่ายลมเย็น 13°C ตลอดเวลา BAS สามารถปรับ Supply Air Temperature ตามโหลดจริงของพื้นที่
Load SAT
สูง 13°C
ปานกลาง 14°C
ต่ำ 15-16°C
ผลลัพธ์
ลดภาระ Cooling Coil และลดโหลด Chiller โดยเฉพาะช่วงโหลดต่ำหรือพื้นที่มีคนใช้งานน้อย

4. Demand Control Ventilation (DCV)

วิธีควบคุม
ติดตั้ง CO2 Sensor และให้ BAS ปรับ Fresh Air ตามจำนวนคนจริง คนน้อยให้ลด Fresh Air และค่อยเพิ่มเมื่อ CO2 สูงขึ้น
หลักการ
เมื่อ Fresh Air ลดลง ภาระ Cooling Coil ลดลง เพราะไม่ต้องทำความเย็นและลดความชื้นจากอากาศภายนอกมากเกินจำเป็น
ผลลัพธ์
ลดค่าไฟ Chiller ได้มาก โดยเฉพาะอาคารที่มี Fresh Air สูง เช่น โรงแรม สำนักงาน ห้องประชุม และพื้นที่คนเข้าออกมาก

5. Occupancy Scheduling

วิธีควบคุม
เปิด AHU ตามเวลาการใช้งานจริง เช่น 06:30 Start และ 18:00 Stop หรือหยุด AHU เมื่อไม่มีคนใช้งานตาม Occupancy Sensor
ผลลัพธ์
ลดไฟทั้ง Fan และ Chiller เพราะ AHU ไม่เดินนอกเวลา ไม่ผลิตลมเย็นให้พื้นที่ที่ไม่มีการใช้งาน

6. Filter Monitoring

วิธีควบคุม
ติดตั้ง Differential Pressure Sensor ที่ Filter เพื่อให้ BAS ตรวจค่า Filter DP และแจ้งเตือนเมื่อสูงเกินกำหนด
หลักการ
Filter สกปรกทำให้ Fan ต้องสร้างแรงดันสูงขึ้นและกินไฟเพิ่ม การแจ้งเตือนเร็วช่วยให้ทำความสะอาดหรือเปลี่ยน Filter ได้ตรงเวลา
ผลลัพธ์
รักษาประสิทธิภาพ AHU ลดพลังงานสูญเสียจากแรงต้านอากาศ และช่วยให้คุณภาพอากาศภายในอาคารดีขึ้น

7. Cooling Coil Optimization

วิธีควบคุม
BAS ควบคุม Chilled Water Valve ตาม Room Temperature, Supply Air Temperature และโหลดพื้นที่จริง
หลักการ
เมื่อ Room Temp ต่ำหรือโหลดลดลง BAS ปิด Valve บางส่วน ลดปริมาณน้ำเย็นผ่าน Coil และลดภาระ Chiller Plant
ผลลัพธ์
ลดภาระ Chiller ลดการ Overcooling และลดพลังงานปั๊มน้ำเย็นจากการไหลเกินความจำเป็น

Sensor ที่ควรมี

  • Room Temperature และ Room Humidity
  • CO2 Sensor และ Occupancy Sensor
  • Supply Air Temperature และ Return Air Temperature
  • Static Pressure Sensor
  • Filter DP Sensor
  • Fan VSD Feedback

KPI ที่ควรแสดงบน BAS

  • Fan Speed (%) และ Fan kW
  • Static Pressure
  • Supply Air Temperature และ Return Air Temperature
  • Room Temperature
  • CO2 Level
  • Filter Differential Pressure
  • AHU Running Hours

รายละเอียดการประหยัดพลังงานของ Fan ในระบบ Air

1. AHU Supply Fan / Return Fan

วิธีประหยัด
ติดตั้ง VSD, ทำ Static Pressure Reset, ควบคุมตาม Damper Position และปรับเวลาการทำงานตาม Occupancy เพื่อให้พัดลมเดินตามโหลดจริง
ผลลัพธ์
ลดพลังงานพัดลม 20-50% และลดภาระ Chiller เพราะลดปริมาณลมเย็นที่ต้องผลิตและส่งเกินความจำเป็น

2. Car Park Ventilation Fan

อุปกรณ์ที่ติดตั้ง
ติดตั้ง CO Sensor, NO2 Sensor และ VSD เพื่อให้ BAS ควบคุมพัดลมตามคุณภาพอากาศจริงในที่จอดรถ
Logic การควบคุม
CO ต่ำให้ Fan ทำงานประมาณ 30-40%, CO ปานกลางให้ Fan ทำงานประมาณ 60% และ CO สูงให้ Fan ทำงาน 100%
ผลลัพธ์
ลดไฟได้ประมาณ 40-80% เพราะโดยปกติพัดลมที่จอดรถมักเปิด 100% ตลอดเวลา แม้คุณภาพอากาศยังอยู่ในเกณฑ์ดี

3. Kitchen Exhaust Fan

อุปกรณ์ที่ติดตั้ง
ติดตั้ง VSD, Temperature Sensor และ Hood Sensor เพื่อให้ BAS ตรวจจับภาระการปรุงอาหารจริง
Logic การควบคุม
เมื่อไม่มีการปรุงอาหารให้ลดรอบ Fan และเมื่อทำอาหารหนักให้เพิ่มรอบ Fan ตามความร้อนหรือสัญญาณจาก Hood
ผลลัพธ์
ลดไฟ Exhaust Fan 20-50% และลดภาระ Make-up Air Fan กับ Chiller เพราะลดการดูดอากาศเย็นทิ้งเกินความจำเป็น

4. Toilet Exhaust Fan

วิธีประหยัด
ตั้งเวลาเปิด/ปิด และใช้ Motion Sensor หรือ Occupancy Sensor เพื่อควบคุมพัดลมตามการใช้งานจริง
ตัวอย่าง
หากไม่มีคนใช้งาน 15 นาที BAS สั่งหยุด Fan หรือเปลี่ยนเป็นรอบต่ำตามเงื่อนไขของพื้นที่
ผลลัพธ์
ลดไฟได้ประมาณ 30-70% โดยเฉพาะอาคารที่ห้องน้ำไม่ได้ใช้งานต่อเนื่องตลอดวัน

5. Fresh Air Fan / Make-up Air Fan

วิธีประหยัด
ติดตั้ง VSD และควบคุมตาม CO2 หรือ Occupancy เพื่อเติมอากาศภายนอกตามจำนวนคนจริง
หลักการ
คนน้อยให้ลด Fresh Air และลดรอบ Fan ทำให้อาคารไม่ต้องรับอากาศร้อนหรือชื้นจากภายนอกมากเกินไป
ผลลัพธ์
ลดไฟพัดลมและลดภาระ Chiller จากการลดปริมาณอากาศภายนอกที่ต้องทำความเย็น

6. Smoke Exhaust Fan

แนวทาง
โดยปกติไม่ควบคุมเพื่อประหยัดพลังงาน เพราะ Smoke Exhaust Fan ทำงานเฉพาะกรณีฉุกเฉินและต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นหลัก
BAS Monitoring
BAS สามารถตรวจสอบสถานะ Run/Trip, Manual/Auto, Alarm และป้องกันการทำงานผิดปกติ เช่น Fan ติดค้างหรือไม่พร้อมใช้งาน

7. Stair Pressurization Fan

วิธีประหยัด
ติดตั้ง VSD และ Pressure Sensor เพื่อให้ BAS ควบคุมรอบพัดลมตามความดันในโถงบันได
Logic การควบคุม
รักษาความดันบันไดประมาณ 40-60 Pa แทนการเดินเต็มรอบตลอดเวลา โดยยังต้องคงเงื่อนไขด้านความปลอดภัยตามระบบอาคาร
ผลลัพธ์
ลดไฟได้ประมาณ 20-40% เมื่อระบบมีการเดินทดสอบหรือเดินรักษาความดันเป็นช่วงเวลา

ลำดับความคุ้มค่าในการประหยัดพลังงาน

ระบบ ศักยภาพการประหยัด
Car Park Fan + CO Control ★★★★★
AHU Fan + VSD ★★★★★
Fresh Air Fan + CO2 Control ★★★★
Kitchen Fan + Demand Control ★★★★
Stair Pressurization Fan + VSD ★★★
Toilet Exhaust Fan + Schedule ★★★
Sanitary System

ระบบสุขาภิบาล: ปั๊มน้ำ ถังเก็บน้ำ และแรงดันระบบ

แม้โหลดระบบสุขาภิบาลจะไม่ใหญ่เท่าระบบปรับอากาศ แต่ BAS ช่วยลดพลังงานและลดการเกิด Peak จากปั๊มที่เดินพร้อมกันหรือเดินเกินแรงดันที่ต้องการ

1
Pump Sequencing สลับลำดับ Lead/Lag Pump ตามชั่วโมงใช้งานและโหลดจริง ป้องกันปั๊มหลายตัวเริ่มพร้อมกัน และช่วยกระจายอายุการใช้งานของอุปกรณ์
2
Pressure Control ด้วย VSD ปรับรอบปั๊มตามแรงดันปลายทางแทนการเปิดเต็มกำลังตลอดเวลา ลด kWh จากการสูบน้ำเกินความต้องการและลดเสียงรบกวนในระบบท่อ
3
Tank Level และ Leak Alarm ตรวจระดับน้ำ ถังพัก และอัตราการไหลผิดปกติ เพื่อแจ้งเตือนน้ำรั่ว วาล์วค้าง หรือปั๊มทำงานนอกเวลา ลดพลังงานสูญเปล่าและลดความเสี่ยงงานซ่อมฉุกเฉิน

รายละเอียดการประหยัดพลังงานรายอุปกรณ์

Transfer Pump

ควบคุมอะไร
ควบคุมการเดินปั๊มตามระดับถังพักน้ำล่างและถังเก็บน้ำบนอาคาร พร้อมกำหนดเวลาหลีกเลี่ยงช่วงโหลดไฟสูง
ลด Peak Demand
หน่วง Start และเลื่อนการเติมน้ำบางส่วนไปช่วงที่โหลดอาคารต่ำ หากระดับน้ำยังอยู่ในช่วงปลอดภัย
ลด kWh
หยุดปั๊มทันทีเมื่อถึงระดับที่กำหนด และแจ้งเตือนกรณีลูกลอยหรือ Level Sensor ผิดปกติจนปั๊มเดินเกินเวลา

Booster Pump

ควบคุมอะไร
ใช้ Pressure Sensor ที่ Header หรือปลายท่อควบคุมรอบ VSD ให้จ่ายแรงดันพอดีกับการใช้น้ำจริง
ลด Peak Demand
จำกัดการเพิ่มรอบแบบรวดเร็วและจัดลำดับปั๊มเสริมให้เริ่มทีละตัวเมื่อแรงดันตกจริงเท่านั้น
ลด kWh
ลดรอบในช่วงใช้น้ำน้อย เช่น กลางคืนหรือพื้นที่ใช้งานต่ำ ทำให้ไม่ต้องบายพาสหรือระบายแรงดันส่วนเกิน

Sump / Drainage Pump

ควบคุมอะไร
อ่านระดับบ่อพัก สถานะปั๊ม และ Alarm น้ำสูง เพื่อสั่งปั๊มตามลำดับและตรวจปั๊มค้างหรือไม่ทำงาน
ลด Peak Demand
กำหนดให้ปั๊มสำรองเริ่มเฉพาะเมื่อระดับน้ำสูงจริง ลดการเดินปั๊มสองตัวพร้อมกันโดยไม่จำเป็น
ลด kWh
หยุดปั๊มตามระดับ Low Level อย่างแม่นยำ ลดการเดินแห้งและลดพลังงานสูญเสียจาก Float Switch ที่คลาดเคลื่อน

Water Meter / Leak Detection

ควบคุมอะไร
เก็บ Trend อัตราการไหลรายโซน เปรียบเทียบการใช้น้ำกลางวัน กลางคืน และช่วงที่ไม่มีผู้ใช้อาคาร
ลด Peak Demand
พบการรั่วหรือการใช้น้ำผิดปกติเร็วขึ้น จึงลดโอกาสที่ปั๊มต้องเร่งรอบสูงต่อเนื่องในช่วง Peak
ลด kWh
ลดการสูบน้ำที่สูญเสียจากท่อรั่ว วาล์วปิดไม่สนิท หรือสุขภัณฑ์รั่วซึม ซึ่งทำให้ปั๊มทำงานซ้ำ ๆ ทั้งวัน
ภาพระบบสุขาภิบาล ปั๊มน้ำ ถังเก็บน้ำ และเซนเซอร์เชื่อมต่อ BAS
Lighting System

ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง: Schedule, Sensor และ Daylight Control

ระบบแสงสว่างเป็นโหลดที่ BAS ควบคุมได้ชัดเจน เพราะสามารถลดชั่วโมงใช้งาน ลดระดับแสง และตัดโหลดบางโซนในช่วง Peak ได้โดยยังคงความปลอดภัยของพื้นที่

1
Lighting Schedule ตั้งเวลาปิดเปิดตามพื้นที่ เช่น สำนักงาน โถง ทางเดิน และพื้นที่บริการ พร้อม Holiday Schedule เพื่อลดไฟที่เปิดทิ้งในวันหยุดหรือนอกเวลาทำงาน
2
Occupancy Sensor ใช้เซนเซอร์ตรวจจับคนเพื่อปิดหรือลดแสงในห้องประชุม ห้องน้ำ ห้องเก็บของ และพื้นที่ที่มีการใช้งานไม่ต่อเนื่อง ลด kWh โดยตรงจากชั่วโมงการเปิดไฟ
3
Daylight Harvesting และ Load Shedding หรี่ไฟตามแสงธรรมชาติบริเวณริมหน้าต่าง และลดโหลดไฟบางโซนเมื่อ Demand ใกล้ค่าจำกัด โดยกำหนด Priority ให้พื้นที่สำคัญยังสว่างเพียงพอ

รายละเอียดการประหยัดพลังงานรายอุปกรณ์

Lighting Control Panel

ควบคุมอะไร
ควบคุมวงจรไฟแยกโซนผ่าน Relay, Contactor หรือ Dimming Module พร้อมรับคำสั่งจาก Schedule และ BAS
ลด Peak Demand
สั่ง Load Shedding เฉพาะโซนที่ไม่สำคัญ เช่น Back of House, Facade หรือพื้นที่รอใช้งาน เมื่อ Demand ใกล้ค่ากำหนด
ลด kWh
ปิดไฟอัตโนมัติตามเวลาและตรวจสถานะ Feedback เพื่อป้องกันวงจรที่ยังเปิดค้างหลังหมดเวลาทำการ

Occupancy Sensor

ควบคุมอะไร
ตรวจจับการใช้งานจริงของห้องหรือพื้นที่ แล้วส่งสถานะให้ BAS ปิดไฟ หรี่ไฟ หรือคืนค่าปกติเมื่อมีคนเข้าใช้งาน
ลด Peak Demand
ลดโหลดไฟของห้องประชุม ห้องน้ำ และพื้นที่ย่อยที่ว่างอยู่ในช่วงที่โหลดอาคารสูง
ลด kWh
ลดชั่วโมงไฟเปิดทิ้ง โดยตั้ง Delay Off ให้เหมาะกับลักษณะพื้นที่เพื่อไม่ให้เปิดปิดถี่เกินไป

Daylight Sensor / Dimming

ควบคุมอะไร
วัดแสงธรรมชาติและหรี่ไฟ LED แบบ 0-10V, DALI หรือระบบที่รองรับ ให้ระดับ Lux รวมอยู่ในเกณฑ์ใช้งาน
ลด Peak Demand
ลดกำลังไฟแสงสว่างในช่วงกลางวันที่มีแสงธรรมชาติมาก ซึ่งมักตรงกับช่วงโหลดระบบปรับอากาศสูง
ลด kWh
ลดกำลังไฟเฉลี่ยของโคมตลอดวัน โดยเฉพาะโซนริมกระจก โถงสูง และพื้นที่ที่รับแสงภายนอกได้ดี

Emergency / Essential Lighting

ควบคุมอะไร
แยกกลุ่มไฟสำคัญออกจากกลุ่มที่ลดโหลดได้ และ Monitor สถานะเพื่อให้พื้นที่ปลอดภัยยังคงทำงานเสมอ
ลด Peak Demand
กำหนด Priority ให้ BAS ตัดเฉพาะโหลดไฟที่ไม่กระทบความปลอดภัย ไม่ตัดวงจรจำเป็นขณะทำ Demand Control
ลด kWh
ตรวจสอบไฟที่ต้องเปิด 24 ชั่วโมงให้ใช้เฉพาะจุดจำเป็น และแจ้งเตือนกรณีมีวงจรไฟทั่วไปถูกเปิดค้างแทนไฟจำเป็น
ภาพระบบไฟฟ้าแสงสว่าง LED เซนเซอร์ และ BAS dashboard
Lift & Escalator System

ระบบลิฟต์และบันไดเลื่อน: ลด Peak Demand และ kWh ด้วย BAS

BAS สามารถช่วยลดพลังงานของลิฟต์และบันไดเลื่อนได้โดยการตรวจค่าไฟแบบ Real-Time, ตั้ง Schedule ตามคนใช้งานจริง, ใช้ Standby/Sleep Mode และประสานการทำงานกับ Controller ของผู้ผลิตโดยไม่กระทบระบบความปลอดภัย

1
ลด kW Peak หลีกเลี่ยงการ Start พร้อมกันหลายเครื่อง จำกัดโหลดเสริมในช่วง Demand สูง และเลื่อนการใช้งานลิฟต์บริการหรือบันไดเลื่อนบางโซนไปช่วง Off-Peak
2
ลด kWh ลดจำนวนเครื่องที่ Active ในช่วงผู้ใช้น้อย ใช้ Sleep/Standby Mode และควบคุมบันไดเลื่อนด้วย Sensor เพื่อลดการเดินเครื่องเปล่า
3
Monitor และปรับปรุงต่อเนื่อง ใช้ข้อมูล Trip, Running Hour, Fault, kW และ kWh เพื่อปรับ Schedule ให้เหมาะกับพฤติกรรมผู้ใช้อาคารแต่ละช่วงเวลา

วิธีใช้ BAS สำหรับระบบลิฟต์และบันไดเลื่อน

1. Lift Group Control

ภาพ Lift Group พร้อม BAS monitoring สำหรับลด Peak Demand และ kWh
ลด Peak Demand
ติดตั้ง Power Meter ที่ตู้ลิฟต์หรือกลุ่มลิฟต์ ให้ BAS ตรวจค่า kW แบบ Real-Time เมื่อ Demand อาคารใกล้ค่าที่กำหนด ให้ลดจำนวนลิฟต์ที่ Active, หน่วงการ Start หลายตัวพร้อมกัน และจำกัดการใช้งาน Service Lift ในช่วง Peak
ลด kWh
ตั้ง Lift Scheduling ตามช่วงเวลา เช่น ช่วงเช้า/เย็นเปิดครบตามความจำเป็น ช่วงกลางวันลดจำนวนเครื่อง Active และกลางคืนหรือวันหยุดให้เหลือเฉพาะลิฟต์หลัก
Standby / Sleep Mode
ปิดไฟห้องโดยสาร ปิดพัดลมในห้องโดยสาร และลดการทำงานของจอแสดงผลเมื่อจอดรอนาน โดยต้องทำผ่าน Interface ที่ผู้ผลิตลิฟต์รองรับ

2. Lift Traffic Optimization

Zoning และ Parking Strategy
ให้ Controller จอดลิฟต์ไว้ชั้นที่มีการเรียกใช้งานบ่อย เช่น Lobby, Parking หรือชั้นสำนักงานหลัก เพื่อลดการวิ่งเปล่าขึ้นลงหลายชั้น
Service Lift Management
กำหนดช่วงเวลาขนของหรือขยะให้หลีกเลี่ยง Peak Demand และตั้ง Alarm หาก Service Lift ทำงานหนักผิดปกติในช่วงที่อาคารมีโหลดสูง
Regenerative Drive
หากลิฟต์รองรับ Regenerative Drive ให้ BAS แสดงค่าพลังงานคืนกลับหรือแนวโน้ม kWh เพื่อใช้วัดประสิทธิภาพระบบ แต่ไม่ควรสั่งควบคุมข้าม Controller ของผู้ผลิต

3. Escalator / Travelator Control

ภาพ Escalator พร้อม Sensor และ BAS control สำหรับประหยัดพลังงาน
ลด Peak Demand
ใช้ Sequential Start หลังเปิดอาคารหรือหลังไฟดับ ไม่ให้บันไดเลื่อนหลายตัวเริ่มพร้อมกัน และปิดบางตัวที่มีเส้นทางสำรองเมื่อ Demand สูง
ลด kWh
ใช้ Motion Sensor หรือ Presence Sensor หากไม่มีคนใช้งานให้หยุดหรือเดิน Low Speed เมื่อมีคนเข้าใกล้จึงเร่งกลับสู่ Normal Speed
Schedule ตามโซน
แยกควบคุม Lobby, Retail, Parking และ Back of House เพื่อเปิดเฉพาะเส้นทางหลักในช่วงคนน้อย และปิดทั้งหมดหลังเวลาทำการยกเว้นเส้นทางบริการที่จำเป็น

4. Sensor / Data ที่ควรต่อ BAS

  • Lift Run Status, Fault/Alarm, Mode, Car Position, Direction และ Door Status
  • Lift Group Power Meter, Trip Counter และ Running Hour
  • Escalator Run Status, Fault/Alarm, Direction และ Speed Mode
  • Motion Sensor / Presence Sensor, Safety Chain Status, Power Meter และ Start Counter

5. KPI ที่ควรแสดงบน BAS

  • Lift Group kW, Lift Group kWh และ Peak Demand
  • จำนวนลิฟต์ Active / Standby และ Running Hour ต่อเครื่อง
  • จำนวน Trip ต่อวัน, Fault Count และ Waiting Time เฉลี่ย หากระบบรองรับ
  • Escalator kW, kWh, Running Hour, Start Count และเวลาที่อยู่ใน Stop / Low Speed / Normal Speed

6. ผลประหยัดและข้อควรระวัง

มาตรการ ผลประหยัดโดยประมาณ
Escalator Motion Sensor + Low Speed/Stop Mode 20-50%
Escalator Scheduling 10-30%
Lift Standby / Scheduling 5-20%
Power Meter + Demand Monitoring ช่วยลด Peak และใช้วิเคราะห์โหลด
ข้อควรระวัง BAS ต้องควบคุมผ่าน Interface ที่ผู้ผลิตอนุญาต เช่น Dry Contact, BACnet, Modbus หรือ Gateway และห้ามกระทบ Fireman Mode, Emergency Operation, Safety Chain และมาตรฐานความปลอดภัยของอาคาร
Refrigeration System

ระบบห้องเย็น / ตู้แช่ / Refrigeration: ลด Peak Demand และ kWh ด้วย BAS

BAS ช่วยลดพลังงานของระบบทำความเย็นได้โดยควบคุม Compressor ไม่ให้ Start พร้อมกัน ลดการทำความเย็นเกินจำเป็น และลดพลังงานจาก Evaporator Fan, Condenser Fan, Defrost และ Door Heater โดยยังรักษาอุณหภูมิสินค้าให้อยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย

1
ลด kW Peak ใช้ Power Meter, Compressor Sequencing, Stagger Start และ Demand Limit เพื่อลดการ Start Compressor, Fan และ Heater พร้อมกันในช่วงโหลดสูง
2
ลด kWh ปรับ Setpoint ตามสินค้า ใช้ Floating Pressure, Fan Cycling, Defrost on Demand และ Door Monitoring เพื่อลด Runtime ของ Compressor และโหลดแฝง
3
คุมคุณภาพสินค้า ตั้ง Alarm, Trend และ Safety Limit ให้ชัดเจน เพื่อประหยัดพลังงานโดยไม่กระทบอุณหภูมิสินค้าและมาตรฐานห้องเย็น

วิธีใช้ BAS สำหรับระบบห้องเย็น / ตู้แช่ / Refrigeration

1. Compressor / Condensing Unit

ภาพระบบห้องเย็น ตู้แช่ และ Refrigeration ที่ควบคุมด้วย BAS
ลด Peak Demand
ติดตั้ง Power Meter ที่ตู้ Compressor หรือ Refrigeration Plant ให้ BAS ตรวจค่า kW แบบ Real-Time ใช้ Compressor Sequencing, Stagger Start และจำกัดการ Start เครื่องถัดไปเมื่อ Demand อาคารใกล้ค่า Peak
ลด kWh
ควบคุมจำนวน Compressor ตามโหลดจริง ปรับ Suction Pressure Setpoint ให้ไม่ต่ำเกินจำเป็น ใช้ VSD กับ Compressor ที่รองรับ และ Monitor ค่า kW ต่อโหลดความเย็นเพื่อตรวจเครื่องกินไฟผิดปกติ
ผลลัพธ์
ลด Peak จากการ Start พร้อมกัน ลด kWh จากการเดิน Compressor เกินโหลด และช่วยยืดอายุการใช้งาน Compressor

2. Evaporator Fan

ลด Peak Demand
หน่วงการ Start Evaporator Fan หลัง Compressor Start และไม่ให้ Fan หลายชุด Start พร้อมกันหลัง Defrost จบ
ลด kWh
ใช้ VSD หรือ Fan Cycling เมื่ออุณหภูมิห้องถึง Setpoint ลดรอบ Fan ช่วงโหลดต่ำหรือกลางคืน และควบคุม Fan ตาม Door Status เพื่อลดการดูดอากาศร้อนเข้าห้องเย็น
ผลลัพธ์
ลดไฟพัดลม ลดความร้อนจากมอเตอร์ Fan ที่กลายเป็นโหลดให้ Compressor และลดภาระ Compressor ทางอ้อม

3. Condenser Fan

ลด Peak Demand
ใช้ Stagger Start กับ Condenser Fan หลายตัว และจำกัดรอบ Fan ชั่วคราวเมื่อ Demand สูง หาก Head Pressure ยังอยู่ในช่วงปลอดภัย
ลด kWh
ติดตั้ง VSD หรือ Step Control ควบคุมตาม Condensing Pressure / Temperature และใช้ Floating Head Pressure Control เมื่ออากาศภายนอกเย็น
ผลลัพธ์
ลดไฟ Condenser Fan และลด Head Pressure ทำให้ Compressor ทำงานเบาลง ประหยัดทั้ง Fan kWh และ Compressor kWh

4. Defrost Control

ลด Peak Demand
หลีกเลี่ยงการ Defrost หลายห้องพร้อมกัน จัด Defrost Schedule ไม่ให้ตรงกับช่วง Peak Demand และหน่วง Compressor / Heater / Fan Start หลัง Defrost แบบเป็นลำดับ
ลด kWh
ใช้ Defrost on Demand แทนการตั้งเวลาคงที่ ใช้ Coil Temperature Sensor หรือ Pressure Drop ตรวจน้ำแข็งเกาะจริง และหยุด Defrost ทันทีเมื่อ Coil สะอาด
ผลลัพธ์
ลดไฟ Defrost Heater ลดโหลดความร้อนหลัง Defrost และลดการทำงานหนักของ Compressor หลัง Defrost จบ

5. Door Heater / Anti-Sweat Heater

ลด Peak Demand
ตัดหรือลดกำลัง Heater บางส่วนในช่วง Demand สูง หากยังไม่เกิดฝ้าหรือหยดน้ำ และกำหนด Priority ให้ Heater ที่สำคัญยังทำงานได้
ลด kWh
ควบคุม Heater ตาม Dew Point หรือ Humidity ใช้ Duty Cycle เช่น เปิด 30-50% แทนเปิด 100% ตลอดเวลา และแยก Control ตามโซนที่มีความชื้นสูงจริง
ผลลัพธ์
ลดไฟ Heater ที่มักเปิดยาวทั้งวัน และลดความร้อนที่ถูกปล่อยกลับเข้าไปในตู้แช่หรือห้องเย็น

6. Temperature Setpoint Optimization

ลด Peak Demand
ช่วง Peak สามารถปรับ Setpoint ขึ้นเล็กน้อยภายในช่วงที่สินค้าอนุญาต หรือใช้ Pre-cooling ก่อนช่วง Peak เพื่อสะสมความเย็น
ลด kWh
ไม่ตั้งอุณหภูมิต่ำเกินความจำเป็น แยก Setpoint ตามประเภทสินค้า และตั้ง Alarm เมื่ออุณหภูมิต่ำกว่า Setpoint นานผิดปกติเพื่อตรวจการทำความเย็นเกิน
ประเภทพื้นที่ แนวควบคุม
ห้องแช่เย็น คุม Setpoint ตามสินค้า เช่น 2-8°C
ห้องแช่แข็ง หลีกเลี่ยงการตั้งต่ำเกินจำเป็น
ตู้แช่ Retail ใช้ Night Curtain / Night Mode
ห้องเตรียมสินค้า ใช้ Schedule ตามเวลาทำงาน

7. Door Monitoring

วิธีควบคุม
ติดตั้ง Door Contact แจ้งเตือนเมื่อประตูเปิดนานเกินกำหนด ลดหรือหยุด Evaporator Fan เมื่อประตูเปิด และบันทึก Door Open Count / Door Open Duration
ผลลัพธ์
ลดอากาศร้อนและความชื้นเข้าห้องเย็น ลดน้ำแข็งเกาะ Coil ลดจำนวน Defrost และลด Compressor Runtime

8. Sensor / Meter ที่ควรต่อ BAS

  • Room Temperature, Product Temperature, Evaporator Coil Temperature
  • Suction Pressure, Discharge Pressure, Condensing Temperature
  • Outdoor Temperature, Humidity / Dew Point, Door Contact
  • Defrost Status, Compressor Run/Trip, Fan Run/Trip
  • Power Meter ของ Compressor, Condenser Fan, Evaporator Fan และ Defrost Heater

9. KPI ที่ควรแสดงบน BAS

  • Refrigeration Plant kW, kWh และ Peak Demand
  • Compressor Runtime, Start Count, Suction Pressure และ Discharge Pressure
  • Room Temperature Trend, Door Open Duration, Defrost Count / Duration
  • Condenser Fan Speed, Evaporator Fan Speed และ Alarm อุณหภูมิสูง/ต่ำผิดปกติ
  • Alarm Compressor Short Cycling และ kWh ต่อวันต่อพื้นที่

10. ผลประหยัดโดยประมาณ

มาตรการ ผลประหยัดโดยประมาณ
Compressor Sequencing / Stagger Start ลด Peak 10-20%
Floating Suction Pressure 5-15%
Floating Head Pressure / Condenser Fan Control 5-20%
Evaporator Fan VSD / Cycling 10-30%
Defrost on Demand 5-20%
Door Heater Control 10-40% ของโหลด Heater

11. ลำดับความคุ้มค่า

  1. Door Monitoring + Alarm
  2. Defrost Optimization
  3. Condenser Fan Control / Floating Head Pressure
  4. Compressor Sequencing
  5. Evaporator Fan Control
  6. Door Heater / Anti-Sweat Heater Control
  7. Power Meter + KPI Dashboard
ข้อสำคัญ ระบบห้องเย็นต้องประหยัดพลังงานโดยไม่กระทบอุณหภูมิสินค้า BAS จึงควรตั้ง Alarm, Trend และ Safety Limit ชัดเจนเสมอ
Solar PV System

ระบบ Solar PV ไม่มี Battery: ใช้ BAS ลด Peak Demand และ kWh

เมื่อระบบ Solar ไม่มี Battery BAS จะช่วยใช้พลังงานแสงอาทิตย์ให้คุ้มที่สุดในช่วงที่ผลิตได้ และลดความเสี่ยงที่ Grid Import kW จะพุ่งขึ้นเมื่อ Solar ตกจากเมฆบังหรือช่วงบ่ายแก่ ๆ

1
ลด kWh จาก Grid ใช้ไฟ Solar กับโหลดอาคารโดยตรงในช่วงกลางวัน เช่น Chiller, AHU, Pump, Lighting, Refrigeration และ EV Charger เพื่อลดการซื้อไฟจากการไฟฟ้า
2
ลด Peak เฉพาะช่วงแดด Solar ช่วยลด Peak ได้ดีเมื่อ Peak ของอาคารเกิดพร้อมช่วงที่ Solar ผลิตสูง โดย BAS ต้องดูค่า Grid Import kW เป็นหลัก
3
ป้องกัน Solar Drop เมื่อ Solar ลดลงเร็ว BAS ต้องลดโหลดไม่สำคัญ หน่วงการ Start โหลดใหญ่ และป้องกัน Grid Demand พุ่งจนเกิด Peak ใหม่

วิธีใช้ BAS ร่วมกับ Solar PV ไม่มี Battery

1. Solar Monitoring

ภาพระบบ Solar PV บนอาคารที่เชื่อมต่อ BAS
ข้อมูลที่ BAS ต้องอ่าน
Solar Inverter kW, Solar kWh, Inverter Status/Alarm, Main Grid Import kW, Export kW, Building Load kW และ Demand Limit
ลด kWh
แสดงพลังงาน Solar ที่ผลิตและใช้ในอาคาร เพื่อวิเคราะห์ว่าโหลดใดควรถูกย้ายมาใช้ช่วง Solar ผลิตสูง
ลด Peak
ดูค่า Grid Import kW หลังหัก Solar แล้ว หากยังใกล้ Demand Limit ให้เริ่ม Demand Control ตามลำดับความสำคัญ

2. Solar Load Matching

หลักการ
ให้ BAS เลื่อนโหลดที่ยืดหยุ่นได้มาใช้ช่วง 10:00-15:00 ซึ่งเป็นช่วง Solar ผลิตสูง เพื่อลด Grid kWh และลด Export ส่วนเกิน
โหลดที่เหมาะสม
Pre-cooling อาคาร, Water Transfer Pump, Refrigeration Defrost, EV Charger, Pump หรือ Ventilation ที่ไม่จำเป็นต้องทำทันที
ผลลัพธ์
เพิ่ม Self-consumption, ลด Export, ลด Grid kWh และช่วยลด Peak ตอนกลางวัน

3. Demand Control ตาม Grid Import

Control Logic
Grid Import ต่ำกว่า 80% ของ Demand Limit ทำงานปกติ, 80-90% แจ้งเตือน, 90-95% ลดโหลดเบา, มากกว่า 95% ลดโหลดเพิ่ม เช่น Chiller Setpoint Reset หรือหน่วง Pump/Compressor Start
โหลดที่ลดได้
Lighting non-critical, AHU/Fan ลดรอบ, Pump หน่วง Start, EV Charger ลดกำลัง, Refrigeration เลื่อน Defrost และ Chiller Setpoint Reset

4. Solar Drop Protection

เหตุผล
เมื่อเมฆบัง Solar อาจลดลงเร็ว ทำให้ Grid Import เพิ่มขึ้นทันที หากไม่มี Battery BAS ต้องลดโหลดเร็วเพื่อป้องกัน Peak
วิธีควบคุม
Monitor Solar kW ลดลงเร็ว, Grid Import kW เพิ่มขึ้นเร็ว และ Demand Forecast ใกล้ Limit จากนั้นลดโหลดไม่สำคัญ ยกเลิกการ Start โหลดใหญ่ และหน่วง Compressor/Pump Start

5. Sensor / Meter ที่ควรต่อ BAS

  • Solar Inverter kW, kWh, Status และ Alarm
  • Main Grid Import kW, kWh และ Export kW/kWh
  • Building Load kW และ Power Factor
  • Irradiance Sensor, Ambient Temperature และ PV Panel Temperature หากมี
  • Weather Forecast API หากระบบรองรับ

6. Dashboard ที่ควรมี

  • Solar kW และ Solar kWh วันนี้/เดือนนี้
  • Grid Import kW, Grid Import kWh, Export kW/kWh
  • Building Load kW, Demand Limit และ Demand Forecast
  • Self-consumption %, Solar Contribution % และ CO2 Reduction
  • Solar Drop Alarm และ Inverter Alarm

7. ผลประหยัดโดยประมาณ

มาตรการ ผลลัพธ์
Solar PV ใช้เองในอาคาร ลด kWh ตาม Solar ที่ใช้ได้
Solar Load Matching เพิ่ม Self-consumption 5-20%
Demand Control ตาม Grid Import ลด Peak 5-15% หาก Peak อยู่ช่วงแดด
Solar Drop Protection ลดความเสี่ยง Grid Peak จากเมฆบัง
Solar Monitoring + Alarm ลด Loss จาก Inverter/String ผิดปกติ
ข้อจำกัดสำคัญ Solar ไม่มี Battery ลด kWh ได้ชัดเจนที่สุด ส่วนการลด kW Peak จะได้ผลเมื่อ Peak เกิดช่วงแดด และต้องใช้ BAS ทำ Load Matching, Demand Control และ Solar Drop Protection เพื่อกัน Grid Import พุ่ง

ผลลัพธ์ที่ควรวัดหลังติดตั้ง BAS

การประหยัดพลังงานควรวัดจากข้อมูลก่อนและหลังปรับปรุง โดยใช้ Trend และ Report ของ BAS เพื่อยืนยันผลทั้งด้าน Peak Demand และ kWh

Demand Profile

เปรียบเทียบกราฟกำลังไฟสูงสุดราย 15 หรือ 30 นาที เพื่อดูว่าค่า Peak ลดลงหลังทำ Demand Control หรือไม่

Energy Baseline

เทียบค่า kWh ต่อวัน ต่อเดือน หรือเทียบกับ Cooling Load/Occupancy เพื่อวัดผลการปรับ Schedule และ Setpoint

Operation Quality

ตรวจ Comfort, Alarm, Run Hour และ Maintenance Issue เพื่อให้การประหยัดพลังงานไม่กระทบผู้ใช้อาคาร